ส.ค.ส พระราชทาน 2558

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ปีพุทธศักราช 2558 แก่ประชาชนชาวไทย มีพรพระราชทานจากพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ว่า ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส แด่ปวงชนชาวไทยเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2558 ว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกคน ให้มีความสุขความเจริญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารภปรารถนา ในปีใหม่นี้ ขอให้ประชาชนชาวไทยตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ ไม่ว่าจะทำการสิ่งใดให้คิดให้ดีให้รอบคอบและรอบด้าน เพื่อให้การกระทำนั้นบังเกิดผลเป็นความสุขความเจริญที่แท้จริงและยั่งยืน ทั้งแก่ตนเองและประเทศชาติ ขออนุภาพคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีความสุขสวัสดี พร้อมด้วยพรอันเป็นมงคลทุกประการสวัสดีปีใหม่

ยินดีต้อนรับ

วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า แพทย์ทหารแห่งเดียวในประเทศไทย

  อันเนื่อง จากกระแสพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่นิสิตแพทย์ ณ หอประชุมราชแพทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2516 จึงได้เริ่มโครงการจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ทหารขึ้นมาใหม่ สภาการศึกษาวิชาทหารได้ให้ความเห็นชอบ ในการจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์ทหารเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2516

วันกองทัพไทย ๑๘ มกราคม

วันกองทัพไทยนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒ รัฐบาลในสมัยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้กำหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และถือเป็นวันที่มีการปรับปรุงการทหาร จากการจัดอัตรา

กำลังแบบโบราณมาเป็นการจัดอัตรากำลังแบบปัจจุบันเป็นวันกองทัพไทย เมื่อ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใน พ.ศ.๒๕๒๓ ได้ดำริว่า วันกองทัพไทยควรเป็นวันที่มีความสำคัญและมีความหมายยิ่ง สำหรับทหารทั้งสามเหล่าทัพ พึงระลึกด้วยความภาคภูมิใจ ปลุกใจให้เกิดความรักและหวงแหนชาติบ้านเมืองและพร้อมที่จะสละชีวิตและเลือดเนื้อเป็นชาติพลี ตลอดจนส่งเสริมความสามัคคีในหมู่ทหาร ทั้งเป็นที่ชื่นชมยินดีของปวงชนชาวไทยอีกด้วย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดให้ วันที่ ๒๕ มกราคม ซึ่งตรงกับวันกระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๔ ในส่วนของกองทัพบก เดิมกำหนดให้วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่กองทัพไทยฉลองชัยชนะกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส โดยกระทำพิธีสวนสนามรับมอบดินแดนในอินโดจีน ที่จังหวัดพระตะบอง เป็นวันกองทัพบกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๕ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๔ สภากองทัพบกได้เสนอขอวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะสมเด็จพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี เป็นวันกองทัพบก ซึ่งผลการคำนวณในขณะนั้นตรงกับวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๑๓๕ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การกระทำยุทธหัตถีครั้งนั้น นับเป็นการยุทธ์ทางบกครั้งยิ่งใหญ่ ชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการกล่าวขวัญและสรรเสริญโดยทั่วไป วันดังกล่าวจึงเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งต่อปวงชนชาวไทย เป็นวันที่คนไทยพึงระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยความภาคภูมิใจ สำนักนายกรัฐมนตรีจึงประกาศให้วันที่ ๒๕ มกราคม ของทุกปี เป็นวันกองทัพบก ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีได้ลงมติอนุมัติให้วันที่ ๒๕ เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี เป็นวันยุทธหัตถี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามหลักฐานที่ราชบัณฑิตยสถานและคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอ ซึ่งเป็นผลทำให้ประวัติศาสตร์ของวันยุทธหัตถีเปลี่ยนไป ดังนั้น เพื่อดำรงความมุ่งหมายเดิมในการกำหนดวันที่ระลึกกองทัพไทย และกองทัพบก รวมทั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีดังกล่าว กระทรวงกลาโหม และกองทัพบก จึงได้พิจารณาเปลี่ยนแปลงกำหนดวันกองทัพไทย และวันกองทัพบก จากเดิมวันที่ ๒๕ มกราคม เป็นวันที่ ๑๘ มกราคม ของทุกปี โดยเริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นต้นไป

(ภาพจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ข้อมูลhttp://www.weloverta.org)

 

10 อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากการจัดอันดับของ URAP 2014-2015

10 อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากการจัดอันดับของ URAP 2014-2015
มหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ติดอยู่ใน 2,000 อันดับมหาวิทยาลัยโลก จากการจัดอันดับโดย URAP 2014-2015 ครั้งนี้มีทั้งหมด 17 มหาวิทยาลัยด้วยกัน โดยอันดับ 1 เป็นของ “มหาวิทยาลัยมหิดล” อยู่ในอันดับที่ 437 ของโลก และ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ติดอันดับ 5 ของประเทศไทย และอันดับที่ 880 ของโลก
อันดับ 1 : มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University) อันดับที่ 437 ของโลก
อันดับ 2 : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University) อันดับที่ 479 ของโลก
อันดับ 3 : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Chiang Mai University) อันดับที่ 730 ของโลก
อันดับ 4 : มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Khon Kaen University) อันดับที่ 838 ของโลก
อันดับ 5 : วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (Phramongkutklao College of Medicine) อันดับที่ 880 ของโลก
อันดับ 6 : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (Prince Songkla University) อันดับที่ 937 ของโลก
อันดับ 7 : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Kasetsart University) อันดับที่ 995 ของโลก
อันดับ 8 : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (King Mongkut's University of Technology Thonburi) อันดับที่ 1073 ของโลก
อันดับ 9 : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat University) อันดับที่ 1370 ของโลก
อันดับ 10 : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (Suranaree University of Technology) อันดับที่ 1390 ของโลก

ที่มา:  http://www.urapcenter.org/2014/country.php?ccode=TH&rank=all

Subscribe to Phramongkutklao College of Medicine  RSS